[Fic Y]Honey Lemon สูตรรักฉบับนายหน้าตาย♥ บทที่1
posted on 26 Nov 2011 15:56 by besupablueบทที่1
(ไม่)ยินดีที่ได้รู้จัก
หวัด’ดีครับ ผมชื่อ อินทนนต์ ครับเรียกผมว่า อิน ก็ได้ครับ ตอนนี้ผมต้องย้ายมาอยู่ที่เชียงใหม่กับคุณป้าของญาติ ของญาติของคุณลุงพี่ชายของพ่อผมครับ เนื่องจากว่าที่บ้านผมมีปัญหานิดหน่อย เอ่อ....อย่าไปพูดถึงมันเลยครับ
ตอนนี้ผมอยู่ในห้องที่ถูกมอบให้เป็นห้องนอนของผมหรือจะเรียกว่าเป็นที่ซุกหัวนอนดีละ
มันเป็นห้องที่เหม็นอับเป็นบ้าเลยให้ตายสิ ผมไม่ได้เป็นคนเรื่องมากนะครับ แต่ห้องเนี่ยเล็กโคตรรรรรรรรรร เลยแต่วางกระเป๋าผมก็จะไม่พออยู่แล้ว เฮ้อ....มีแต่ฟูกขนาด3ฟุตที่วางอยู่ริมหน้าต่าง ฟูกจริงๆนะครับ ฟูกอะฟูก! แบบว่าไม่มีแม้แต่ผ้าปูที่นอน หมอน หรือผ้าห่มให้เลย
นี้ก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว ช่วงลอยกระทงนะครับ ป้าคนนั้นกะจะให้ผมนอนแข็งตายใช่ไหมครับเนี้ย!! แต่ถึงจะโวยวายไปก็คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นขนาดเจอหน้าครั้งแรกก็ใส่ซะยังเลย ถ้าผมไม่เห็นว่าผมต้องพึ่งเค้าผมคงต่อยเค้าไปแล้วละครับ (แต่ก็ได้แค่คิดหละครับ เฮ้อ...)
บุ บุ ตุบ ตุ่ง ตุ้ง <<<เสียงโทรศัพท์เองครับ
[เฮ้ย!!! เป็นไงบ้างวะ ไอ้อิน บ้านที่เชียงใหม่ของมึงอะ] เสียงไอ้วิน หนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนที่ผมสนิทครับ
“ก็ดีวะ” ที่ไหนละวะที่ว่าดีนะ ผมจะเป็นบ้าอยู่แล้ว ผมเติมต่อในใจ
[อย่าได้โกหกกูไปไอ้คุณเพื่อนครับ เสียงนี้แบบว่า...เอ็งกำลังจะเป็นบ้าอยู่แล้วเนี้ย]
เหมือนมันจะมีตาทิพย์เห็นผมเลย จะว่าไปวินก็เป็นเพื่อนผมมานานที่สุดตั้งแต่อนุบาลเลยก็ว่าได้
อ๋อ ลืมบอกไปว่าตอนนี้ผมอยู่ม.4แล้วครับ กำลังอยู่เทอมสองด้วยแต่ต้องมาย้ายโรงเรียนซะนี้
“อืม....” ผมลากเสียงยาวๆเป็นการตอบรับว่าผมจะเป็นบ้าแล้วจริงๆ
[เฮ้อ!! กูละอยากตามมึงไปจริงๆเลย จะให้กูทิ้งเพื่อนน่ารักๆแบบมึงไกลหูไกลตาได้อย่างไร กูละห่วง]
“เลิกบอกว่ากูน่ารักซะทีเถอะ” ผมตอบกลับประโยคอย่างเซ็งๆ ให้มันได้อย่างนี้เหอะ ถึงจะคบ (แบบเพื่อน) กันมานานแต่ผมก็ไม่ชินที่จะถูกบอกว่าน่ารักซะที ผมแมนนะครับ ถึงจะมีส่วนสูงไม่มากเท่าคุณเพื่อนตัวดีก็เถอะ (มันสูงตั้ง 179 //อย่าคำนึงถึงส่วนสูงของผมนะครับ = =*) แถมไอ้ประโยคหลังนี้มันนี้มันน่าจะบอกกับตัวเองนะ เพราะผมห่วงมันมากกว่า (กลัวมันไปเตะปากใครตอนผมไม่อยู่นี้แหละ 55+) แต่ช่างมันเถอะครับ ผมเองก็เริ่มจะง่วงแล้วซิ
[55+ เออๆไม่น่ารักก็ไม่น่ารัก ทำไมไม่มาอยู่กับกูวะ เฮ้อ...กูละไม่เข้าใจพ่อมึงจริงๆเลย]
“ขอบใจ กูก็ไม่อยากมาหรอ”อย่ารื้อฟื้นได้โปรด เหอะๆ
[เออๆ ไปนอนไปกูว่ามึงง่วงแล้วหละ แค่นี้นะ แล้วจะโทรไปหาใหม่ ห่มผ้าด้วยนะคร้าบบบบบบบ คุณเพื่อนเลิฟ ฝันดีๆ] เสียงทุ้มๆแต่นุ่มฟังแล้วทำให้สบายใจของเพื่อนตัวดีของผม ที่สั่งซะยาวก่อนจะวางหูไป ทำให้ผมสบายใจขึ้นนิดนึงละ อย่างน้อยไอ้เพื่อนคนนี้ก็ยังไม่ลืมผม
.......................................................................................
เอก อิ เอ๊ก เอ้กกกกก >>เสียงไก่ขัน
ปัง ปัง ปัง >>อันนี้เสียงทุบปนะตู
แล้วก็ต้องตามด้วยเสียง
……
……
“นี้!!! ตื่นซะที่ไอ้ตัวขี้เกลียดแกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปไหนฮะ”
ตัวขี้เกลียดคำที่ผมต้องเลิกคิ้วอย่างงงงง นี้มันตีสี่ครึ่ง ผมอยากจะตะโกนกลับว่าจะให้ตื้นไปเกี่ยวข้าวหรอครับป้า.... แต่ก็แค่คิดอีกละผมลุกขึ้นเก็บที่นอน//ฟูกนะแหละ ก็จะไปแต่ตัว
ผมอยู่เชียงใหม่มา3วัน ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากช่วยญาติห่างห้างห่างหาง//ประชดครับ ของคุณลุง ทำงานบ้าน แล้วก็หมกตัวอยู่ในห้อง
ผมไม่ใช่คนที่หยาบคายอะไรหรอกครับ<<หรอ =__= แต่ผมจะพูดแบบขึ้นกูขึ้นมึงก็แค่กับคนที่ผมสนิทหรือไว้ใจมากๆก็เท่านั่น คือผมเป็นพวกไม่ค่อยมั่นใจตัวเองนะ ก็เลยแสดงหน้าตายออกมากับคนที่ไม่คุ้นเคย ไม่ได้หยิ่งนะครับแต่เขิน 55+
วันนี้ผมต้องไปโรงเรียนวันแรกครับ ไปโดยไม่เคยไปมาก่อนนะแหละ ไม่รู้ว่าโรงเรียนชื่ออะไร อยู่ที่ไหนและสภาพเป็นอย่างไร ถ้าผมอยู่กับพ่อคงไม่ต้องมีเรื่องแบบนี้
………………………………………………………………
1ชั่วโมงครึ่งผ่านไปกับการเดินทางมาโรงเรียน ไกลโคตร)
ตึกไม้ 4ชั้น อย่างหรู กับตึกปูนที่ผ่ายการดีไซนอย่างดี อีก4-5ตึก ล้อมลอบด้วยหุบเขา สนามกีฬา สระว่ายน้ำ ลานจอดรถ
ผมยืนอึ้ง//หน้าตาย อยู่ 5วิ ผมฝันไปรึป่าวครับเนี้ย?นี้โรงเรียนรึอย่างไร? ทำไมถึงมาอยู่บนเขาอย่างนี้? สระพัดคำถามวิ่งอยู่ในหัวผม
คุณป้าเองก็ทำตัวประหม่าอยู่ไม่น้อย คุยกลับใครสักคนอยู่ น่าจะเป็นผู้บริหารโรงเรียนมั้งครับเค้าใส่สูทเลยทีเดียว ผ่านไปไม่นานป้าก็เดินมาหาผม มองผมแปลกๆก็จะบอกว่าผมต้องกลับบ้านเอง แต่ที่นี้เค้ามีบริการรับ-ส่งนักเรียน ผมก็เดินทางเองละกัน พร้อมยื่นเงินกับกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผม แล้วก็เดินหายไปเลย ให้ได้อย่างนี้ซิ
ผมอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น มันเป็นจดหมายของพ่อผมเองครับ ท่านบอกว่าโรงเรียนนี้อาจไกลจากที่พักแต่ก็ดีที่สุดสำหรับลูกแล้ว เงินของลูกพ่อคงโอนให้ได้เป็นรายเดือนนะในATMของลูกนะละ รักลูกมาก จากพ่อ
ผมมองเงินในมือที่ป้าเอามาให้ก็คงใช้ได้เป็นอาทิตย์แหละ พอเงยหน้ามองรอบๆแล้วรู้สึกว่าชีวิตใหม่ของผมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น มันให้ฟิลเริ่มชีวิตใหม่แบบในหนังดีถ้ามุมกล้องหมุนๆด้วยนะแจ่มเลย หึหึ ผลกำลังจะก้าวเดินอย่างมาดมั่นเพื่อสำรวจโรงเรียนใหม่อยู่นั้นก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงนก เสียงกา มาขัดจังหวะผม
“เห้ย!! ไอ้หน้าอ่อนตรงนั้นนะหลีกดิวะ!! ถนนะโวย ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ยืนชื่นชมงานศิลป์อยู่หรือไงวะ” พร้อมบีบแตรรถยนต์ใส่ผม จนคนแถวนั้นหันมามอง ส่วนผมก็ทำตัวไม่ถูกซิครับ โดนทำซะเสียเซลล์ วิ่งก้มหน้า ก้มตาหายไปจากตรงนี้ดีกว่า เหอะ วันแรกยังเป็นแบบนี้แล้วพรุ่งนี้ผมจะเป็นยังไงเนี้ย อยากร้องไห้แล้วนะเนี้ย!!!
………………………………………………………………
ช่วงเช้าของผมผ่านไปอย่างราบรื่น เพื่อนๆที่นี้ให้การต้อนรับผมดีมากๆจนผมน้ำตาจะไหล
คือพวกเค้าจัดปาร์ตี้ย่อยๆในช่วงโฮมรูมให้ผมครับ
วิชาต่อไปคือคณิตศาสตร์วิชาโปรดของผมเลย ผมนั่งแถวที่สามจากข้างหน้า ถ้าจำไม่ผิดไอ้คนที่นั่งข้างๆผมมันชื่อกี้ ข้างหน้าคือชายกับหมอก ส่วนข้างหลังนี้นั่งคนเดียวครับ ไอ้เทพ <<มันเป็นคนชวนผมมานั่งด้วยแล้วมันก็ย้ายไปนั่งคนเดียว ผมละงงกับมันจริงๆ พวกเราสนิทกับเร็วมากครับถึงผมจะเข้ากับคนยากก็เหอะนะ 55+
เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก
ตอนนี้พวกผมนั่งรอรถกลับบ้านอยู่
“เห้ย!! ไอ้คุณอินครับ เคยมีใครบอกว่าหน้าคุณทำหน้ามันๆบ้างไหมครับ ฮา ฮา” เสียงไอ้ชายครับเปิดประเด็นพร้อมทำท่าเอามือถู ถูหน้าตัวเองไป
“มึงแซวเด็กกูหรอวะ ไอ้ชาย” กวนแบบนี้ไอ้เทพแน่ๆเลย
“อินยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” เสียงใสๆของเออ... ชื่อกี้มั้งนะถ้าผมจำไม่ผิดอะ
“หึหึ”ตามด้วยเสียงหัวเราะในลำคอของ หมอก<<ไม่กล้าเรียกไอ้แหะ คนนี้ดูน่ากลัวเกิ๊น 55+
“.....” และนี้ก็ผมที่ไม่รู้จะไปต่อยังไงดี
ผมโดนล้ออยู่ซักพัก(ใหญ่ๆ) รถมาแต่มีผมคนเดียวที่กลับรถโรงเรียน ทำให้ผมรู้ว่าไอ้พวกนั้นนั่งรอรถเป็นเพื่อนผมนี้เอง ซาบซึ้งๆ
แต่พอถึงบ้านผมก็ห่อเหี่ยวอีกครั้ง นั่งในรถชั่วโมงกว่าๆถึงจะถึงบ้าน โลกความจริงของผมกลับมาอีกครั้ง แต่ป้าก็ไม่ได้บ่น หรือพูดอะไรกับผมมีแค่อาการเย็นวางไว้ น้ำตาผมไหลออกมาเมื่อผมอยู่คนเดียวในห้องผมไม่รู้อะไรเลยที่อยู่พ่อก็ให้ผมออกมา โดยไม่บอกอะไรซักคำ คืนนี้ไอ้วินก็โทรมาหาผมอีกเหมือนเคย แล้วผมก็นอนหลับแล้วภวนาให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเร็วๆ ^ ^
ผมมีลางแปลกๆว่าจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปอีกแล้ว
………………………………………………………………
เมื่อเสียงออดดังขึ้น นักเรียนก็เดินกลับมานั่งที่ของตัวเองอีกครั้ง ผมนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง//ผมขอเปลี่ยนที่กับกี้ เพื่อมานั่งริมหน้าต่าง 55+ เสียงอาจารย์ที่พูดอยู่หน้าห้อง มันทำให้ผมมีความสุขจริงๆเลย
ปัง!!!
นักเรียนกับคุณครูสะดุ้งไปตามๆกัน ผมนี้วินญาณเหม่อลอยกระโจนกลับเข้าร่างทันที
มีใครซักคนยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องเรียน ทำตาขวางมาทางที่ผมนั่งอยู่ เสียงในห้องเงียบกริบ ผมได้ยินเสียงนาฬิกาข้อมือของไอ้กี้เลยคิดดู
นักเรียนชาย เออ ไม่ซิ ผมไม่แน่ใจนะเพราะแขนเค้าพันผ้ากอตที่หน้าก็มีพลาสเตอร์แปะอยู่สอง สามที่ เค้าเดินอาดๆมาทางที่ผมนั่ง แล้วตะคอกเสียงดัง จนผมลืมหายใจ
“ไอ้หน้าอ่อนนี้ใคร!!! แล้วแกมานั่งที่กูทำไมวะไอ้เทพ” มันพูดกับเทพ แต่หันหน้า+ชี้หน้ามาที่ผม มองตาขวางเลยอะ ผมจะตายไหมเนี้ย //ตัวหดเหลือ2นิ้วแล้วอ่า....
“ใจเย็นดิวะ นี้ไอ้อินเด็กใหม่ไง..” ไอ้เทพตอบกลับไปแบบไม่ได้เดือดร้อนอะไร
“กูไม่ได้ถามว่ามันชื่ออะไร แต่อยากรู้ว่ามันมาเจ๋ออะไรอยู่ตรงนี้ แล้วก็กูจะนั่งคนเดียว” ไอ้โหด(โคตร)มันยังมองที่ผมอยู่เลย
“กูชวนมันมานั่งเองละ ลม “เสียงหมอกดังมาจากข้างๆผม
ไอ้โหด หรือ ที่หมอกเรียกชื่อว่า ลม หันไปมองหน้าหมอก ก่อนจะฟึดฟัด กระแทกกระเป๋านักเรียนลงข้างๆไอ้เทพ แล้วนั่งลงแถมทำตาขวางใส่นักเรียนคนอื่นๆ จนหันกลับไปไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้น คุณครูเริ่มสอนอีกครั้ง บรรยากาศในห้องกลังมาเป็นเหมือนเดิม แต่คงไม่เหมือนเดิมทั้งหมดเพราะตลอดช่วงเช้าที่ผมนั่งเรียน ผมรู้สึกร้อนๆหนาวๆ เหมือนจะเป็นไข้ วินเวียนคล้ายจะเป็นลม เหมือนมีคนจ้องจะฆ่าอยู่ตลอดเวลา แล้วเสียงกริ่งหมดคาบเช้าก็ดังช่วยชีวิตผม เฮ้!!! ^w^
ตักข้าวหนอ....ใส่ปากหนอ....เคี้ยวหนอ..... ผมกำลังตั้งสติกินข้าวอยู่ ผมคิดผิดที่ดีใจว่าหมดช่วงเช้าแล้วจะได้กินข้าวอย่างสบาย เพราะตอนนี้ไอ้โหดมันนั่งกินไก่ เห้ย ข้าวมันไก่อยู่ตรงหน้าผม พร้อมส่งรังสีอาฆาตเต็มไปหมด ปากผมสั่นไปหมดแล้วเนี้ย ตีหน้าตายแต่เหงื่อแตกพลักเลย ผมแพ้บรรยากาศกดดันจริงๆนะครับ
“เฮ้ย!!ไอ้ลม มึงจะจ้องหน้าไอ้อินจนมันท้องหรือไงวะ กร๊ากกกก” ไอ้ชายทำเอาเพื่อนๆผมหัวเราะก๊ากกันทั้งโตะ แต่คนโดนแซวนิ่งครับ ผมหดลงไปอีจนเป็น2เซนแล้วเนี่ย อยากเอาผักชีที่ลอยอยูในน้ำซุบมาบังตัวเองจัง เห้อ
อยู่ๆไอ้ลมก็กระแทกแก้วน้ำ(ที่น่าสงสาร)ลงตรงหน้าผมแล้วก็ลุกหายไปเลยครับ ผมเหวอไปเลย
พวกที่เหลือก็สายหน้ากันเอือมๆแล้วก็กินข้าวกันต่อไป ทิ้งให้ผมอกสั่นขวัญผวาอยู่คนเดียวต่อไป
.................................................................






